อะไรคืออาการปวดเรื้อรัง (Chronic Pain)
อาการปวดเรื้อรังคืออะไร?
อาการปวดเป็นสัญญาณที่ร่างกายใช้บอกว่าอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดไหล่ หรือปวดตามข้อต่อต่าง ๆ โดยทั่วไปอาการปวดมักค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อสาเหตุได้รับการแก้ไขและร่างกายฟื้นตัว
ในบทความนี้
แต่สำหรับบางคน อาการปวดยังคงอยู่เป็นเวลานานตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป หรือกลับมาเป็นซ้ำ ๆ จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การนอนหลับ และคุณภาพชีวิต อาการลักษณะนี้อาจเรียกว่า “อาการปวดเรื้อรัง” (Chronic Pain)
อาการปวดไม่จำเป็นว่าจะต้องมีอาการปวดรุนแรงตลอดเวลา บางคนอาจมีอาการปวดเพียงเล็กน้อย แต่เป็นต่อเนื่อง หรือมีอาการปวดเป็นช่วง ๆ และกลับมาเป็นซ้ำเมื่อทำกิจกรรมบางอย่าง
ตัวอย่างอาการที่พบได้บ่อย เช่น
- ปวดคอหรือบ่าเรื้อรัง
- ปวดหลังเรื้อรัง
- ปวดไหล่
- ปวดกล้ามเนื้อ
- ปวดข้อ
- ปวดศีรษะหรือไมเกรนบางประเภท
- อาการปวดจากการบาดเจ็บหรือการผ่าตัด
- อาการปวดที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท

สาเหตุของอาการ
สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ และบางครั้งอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน ไม่ได้เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อหรือข้อต่อเพียงอย่างเดียว
1. การใช้งานกล้ามเนื้อและข้อต่อซ้ำ ๆ
การนั่งทำงานเป็นเวลานาน การใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ในท่าเดิม การยกของ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องใช้กล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำ ๆ อาจทำให้เกิดความตึงและความผิดปกติของการเคลื่อนไหว จนนำไปสู่อาการปวดที่เป็นต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำได้
2. ท่าทางและรูปแบบการเคลื่อนไหว
ท่าทางที่ไม่เหมาะสมไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสาเหตุของอาการปวดเสมอไป แต่ในบางคน การเคลื่อนไหวหรือการใช้ร่างกายซ้ำในรูปแบบเดิมเป็นเวลานาน อาจเพิ่มภาระต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อ และทำให้อาการปวดเกิดขึ้นได้
3. การบาดเจ็บ
อุบัติเหตุ การเล่นกีฬา การหกล้ม หรือการบาดเจ็บจากการทำงาน อาจทำให้เกิดความผิดปกติของกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ หรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ หากร่างกายฟื้นตัวไม่เต็มที่หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อาการปวดอาจคงอยู่นานหรือกลับมาเป็นซ้ำได้
4. ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของร่างกาย
กล้ามเนื้อที่อ่อนแรง ความยืดหยุ่นที่ลดลง หรือการเคลื่อนไหวของข้อต่อที่จำกัด อาจส่งผลต่อรูปแบบการเคลื่อนไหวและการทำงานของร่างกาย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับอาการปวดในบางราย
5. ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ความเครียด การนอนหลับไม่เพียงพอ และความเหนื่อยล้าอาจส่งผลต่อการรับรู้ความเจ็บปวดและความสามารถของร่างกายในการฟื้นตัว ดังนั้นการดูแลอาการปวดเรื้อรังจึงควรพิจารณาปัจจัยด้านร่างกายและการใช้ชีวิตร่วมกัน
กายภาพบำบัดช่วยได้อย่างไร?
การทำกายภาพบำบัดสำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังไม่ได้มุ่งเพียงแค่ลดอาการปวด แต่ให้ความสำคัญกับการค้นหาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการ และช่วยให้ผู้รับบริการสามารถกลับไปเคลื่อนไหวและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ผลการรักษาและระยะเวลาฟื้นฟูแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
การรักษาอาการปวดควรเริ่มจากการประเมินหาสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากอาการปวดบริเวณเดียวกันอาจเกิดจากปัญหาที่แตกต่างกันได้ นักกายภาพบำบัดจึงวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยอาจใช้การออกกำลังกายเพื่อการรักษา การรักษาด้วยมือ และการปรับพฤติกรรมการใช้ร่างกายร่วมกัน
นักกายภาพบำบัดจะประเมิน เช่น
- ตำแหน่งและลักษณะของอาการปวด
- การเคลื่อนไหวของข้อต่อ
- ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
- ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
- รูปแบบการเคลื่อนไหว
- กิจกรรมหรือพฤติกรรมที่กระตุ้นอาการ
จากนั้นจึงวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ซึ่งอาจประกอบด้วย
การรักษาด้วยมือ (Manual Therapy)
อาจใช้เทคนิคการรักษาด้วยมือที่เหมาะสมกับปัญหา เพื่อช่วยลดอาการปวด ลดความตึง และส่งเสริมการเคลื่อนไหวของร่างกาย เช่น การกดคลายกล้ามเนื้อ, การขยับข้อต่อ
การออกกำลังกายเพื่อการรักษา (Therapeutic Exercise)
การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูอาการปวด โดยอาจเน้นการเพิ่มความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การควบคุมการเคลื่อนไหว และความสามารถในการทำกิจกรรมต่าง ๆ
การปรับพฤติกรรมและการใช้ร่างกาย
นักกายภาพบำบัดสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดท่าทาง การทำงาน การออกกำลังกาย และการใช้ร่างกายในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยลดปัจจัยที่อาจกระตุ้นอาการและส่งเสริมการฟื้นตัว
การบริหารร่างกายช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ลดความเครียด และเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ซึ่งสามารถลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด
การใช้เครื่องมือทางกายภาพบำบัด เช่น Ultrasound Therapy, Shockwave Therapy สามารถช่วยลดอาการปวดโดยการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ
การดูแลตนเองหากมีอาการปวด
การดูแลด้วยตนเอง เช่น การยืดเหยียดและการทำกายบริหารเบาๆ สามารถช่วยรักษาความแข็งแรงของร่างกาย และลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำหลังจากการรักษา นอกจากนี้ การปรับวิถีชีวิต เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และการจัดการความเครียด ก็เป็นสิ่งสำคัญในการจัดการกับอาการปวด
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด?
หากอาการปวดเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน กลับมาเป็นซ้ำบ่อย หรือเริ่มส่งผลต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ควรพบแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อรับคำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสม
โดยเฉพาะหากมีอาการร่วม เช่น
- ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- มีอาการชา หรือรู้สึกเสียวซ่า
- มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- เคลื่อนไหวร่างกายได้ลดลงอย่างชัดเจน
- อาการปวดรบกวนการนอนหลับหรือกิจวัตรประจำวัน
- มีอาการหลังจากเกิดอุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บรุนแรง

สรุป
อาการปวดเรื้อรัง คืออาการปวดที่คงอยู่นานหรือกลับมาเป็นซ้ำเป็นระยะเวลานาน โดยทั่วไปหมายถึงอาการที่ต่อเนื่องตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป สาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บ การใช้งานร่างกายซ้ำ ๆ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รูปแบบการเคลื่อนไหว รวมถึงปัจจัยด้านการนอนหลับและความเครียด
การรักษาจึงควรพิจารณาเป็นรายบุคคล การทำกายภาพบำบัดเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยจัดการอาการปวด เพิ่มความสามารถในการเคลื่อนไหว และช่วยให้กลับไปทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
หากคุณมีอาการปวดที่เป็นต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย การประเมินโดยนักกายภาพบำบัดสามารถช่วยค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการ และวางแผนการฟื้นฟูให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
ปวดเรื้อรังคือกี่เดือน?
โดยทั่วไปอาการปวดที่ต่อเนื่องหรือกลับมาเป็นซ้ำเป็นเวลาตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
ปวดกล้ามเนื้อนานแค่ไหนควรไปพบแพทย์?
หากอาการปวดไม่ดีขึ้น เป็นต่อเนื่อง กลับมาเป็นซ้ำ หรือรบกวนการทำงานและชีวิตประจำวัน ควรเข้ารับการประเมินแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด
ปวดเรื้อรังทำกายภาพบำบัดได้หรือไม่?
สามารถทำได้ในหลายกรณี เช่น อาการปวดกล้ามเนื้อ, Office syndrome, ปวดจากการซ้อมกีฬา โดยนักกายภาพบำบัดจะประเมินสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับอาการก่อนวางแผนการรักษา ซึ่งอาจรวมถึงการออกกำลังกาย การรักษาด้วยมือ และการปรับพฤติกรรมการใช้ร่างกาย
ปวดเรื้อรังควรพักหรือออกกำลังกาย?
ขึ้นอยู่กับสาเหตุและลักษณะของอาการ โดยทั่วไปการหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นเวลานานอาจไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม การออกกำลังกายที่เหมาะสมและค่อย ๆ เพิ่มระดับตามความสามารถมักเป็นส่วนสำคัญของการฟื้นฟู แต่ควรได้รับคำแนะนำให้เหมาะกับแต่ละบุคคล







